บริการ
TH
EN
TH
CN

“การเลี้ยงลูกยุคดิจิทัล” เปลี่ยนเด็กติดจอ เป็นพลเมืองดิจิทัล

ยุคดิจิทัลทำให้โลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในชีวิตประจำวันกลายเป็นเรื่องปกติ จนผู้ปกครองไม่ว่าจะเป็นพ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย ต่างนำเอาเทคโนโลยีที่มีอยู่ใกล้ตัวมาเป็นตัวช่วยในการเลี้ยงดูลูกหลาน แต่การหยิบยื่นโทรศัพท์มือถือให้ โดยหวังให้เด็กได้เรียนรู้ผ่านหน้าจอด้วยตัวเอง หรืออาจเป็นเพียงการแลกกับช่วงเวลาอันสงบสุขในชั่วขณะเท่านั้นเอง กลับกลายเป็นการส่งเสริมให้ลูกหลานมีพฤติกรรม “เด็กติดจอ” และส่งผลเสียต่อพัฒนาการในวัยเด็กโดยไม่รู้ตัว

การปล่อยให้ลูก ๆ อยู่กับโทรศัพท์มือถือหรือปล่อยให้เรียนรู้เทคโนโลยีผ่านหน้าจอมากจนเกินไป โดยขาดการควบคุม หรือขาดการดูแล อาจทำให้เกิดภาวะสมาธิสั้นเทียมได้ เด็กที่มีสมาธิสั้นเทียมจะมีอาการฉุนเฉียวง่าย ก้าวร้าวหรืออาจมีอารมณ์รุนแรงในบางกรณี และอาจส่งผลกับพัฒนาการทำให้การเรียนรู้ช้าลง ซึ่งภาวะสมาธิสั้นเทียมต่างจากโรคสมาธิสั้นที่เกิดจากความบกพร่องในการทำงานของระบบประสาทพัฒนาการบริเวณสมองส่วนหน้าที่ผลิตสารเคมีที่ทำหน้าที่ในการควบคุมสมาธิ การควบคุมตนเอง และการยับยั้งชั่งใจออกมาน้อยกว่าปกติ ส่งผลให้ลูกอยู่ไม่นิ่ง ขาดสมาธิ หรือไขว้เขวง่าย โดยมีสาเหตุมาจากกรรมพันธุ์ พฤติกรรมของมารดาขณะตั้งครรภ์ (การสูบบุหรี่ การดื่มสุรา การใช้สารเสพติด) และการคลอดก่อนกำหนดที่ไม่สามารถป้องกันหรือแก้ไขได้

ในยุคที่เทคโนโลยีดิจิทัลแทรกอยู่ในแทบทุกกิจกรรม การเลี้ยงลูกในยุคดิจิทัลที่ไม่ติดหน้าจอ และตามทันเทคโนโลยีอาจเป็นภารกิจที่มีความท้าทาย แต่ผู้ปกครองสามารถทำได้ด้วยการสร้างความเข้าใจ และการเตรียมความพร้อมให้กับลูก ๆ โดยในช่วงที่เป็นลูกเล็ก (1 - 5 ปี) เป็นวัยที่ลูกมีพัฒนาการทางด้านร่างกาย สมองและอารมณ์อย่างรวดเร็ว สามารถขีดเขียนแบบง่าย ๆ สมองลูกเติบโตมากขึ้น สามารถเรียนรู้เรื่องซับซ้อนได้มากขึ้น ปฏิบัติตามคำสั่งง่าย ๆ ได้ จึงเป็นช่วงระยะเวลาสำคัญในการส่งเสริมการเรียนรู้ เป็นวัยที่สมองของลูกพัฒนาได้มากที่สุดและเร็วที่สุดกว่าช่วงอื่น ๆ ในชีวิต นอกจากนี้ยังสนใจในการเรียนรู้และลองทำสิ่งใหม่ ๆ ลูกในวัยนี้จะชอบพูดคุยและซักถามในทุก ๆ เรื่อง พ่อแม่ควรเตรียมความพร้อมให้กับลูก ๆ ในการเรียนรู้เทคโนโลยีดิจิทัลในเบื้องต้น โดยสามารถใช้เทคนิคต่อไปนี้

กำหนดเวลาสำหรับการใช้โทรศัพท์: เวลาในการใช้โทรศัพท์ มีความสำคัญในการเลี้ยงลูกที่ไม่ติดจอ ควรสร้างกฎให้ลูกปฏิบัติตาม เพื่อให้เกิดความสมดุลในการใช้ชีวิตและเทคโนโลยี ไม่ให้ลูกติดอยู่กับโลกดิจิทัลตลอดเวลาที่ใช้งาน โดยอาจจะกำหนดให้ลูกรู้ว่าเมื่อใดควรใช้โทรศัพท์และเมื่อใดควรหยุดใช้ ตัวอย่างเช่น การกำหนดกฎให้เวลาทานอาหารในครอบครัวเป็นเวลาที่ต้องหยุดใช้โทรศัพท์ เพื่อสร้างสัมพันธ์ในการสนทนากัน

สร้างความเข้าใจและการสนับสนุนจากครอบครัว: การสื่อสารมีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัวและลูก และครอบครัวมีความสำคัญในการเสริมสร้างพัฒนาการของลูกในยุคดิจิทัล พ่อแม่ควรสร้างพื้นที่ที่เหมาะสมในการสนทนาและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพื่อสร้างความเข้าใจและให้การสนับสนุนในการใช้เทคโนโลยีอย่างมีสติ และสร้างพื้นที่ที่เหมาะสมในการสื่อสารและทำกิจกรรมกันในครอบครัว โดยอาจใช้แชทหรือแอปพลิเคชันที่ปลอดภัยในการสื่อสารเพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัว

ส่งเสริมพัฒนาการทางสังคมและอารมณ์: การเลี้ยงลูกในยุคดิจิทัลควรให้ความสำคัญในการส่งเสริมพัฒนาการทางสังคมและอารมณ์ ให้ลูกมีโอกาสสัมผัสกับสังคมและประสบการณ์ที่ช่วยเสริมสร้างทักษะสำคัญในการสื่อสารและเสริมสร้างความเข้าใจต่อกัน เช่น การอธิบายและสอนให้ลูกเข้าใจถึงความสำคัญของการมีความสัมพันธ์กับผู้อื่น การพัฒนาความสามารถทางสังคม และการรู้จักตนเองเพื่อให้ลูกมีความรับผิดชอบและเติบโตเป็นบุคคลที่มีคุณค่า

ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างมีสติ: การเลี้ยงลูกในยุคดิจิทัลควรส่งเสริมให้ลูกเรียนรู้และใช้เทคโนโลยีอย่างมีสติ รู้จักใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสมและการเข้าถึงข้อมูลที่น่าเชื่อถือ เช่น พ่อแม่แนะนำลูกให้หลีกเลี่ยงเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมหรือเนื้อหาที่มีความเสี่ยงในโลกออนไลน์ และหลีกเลี่ยงการให้ลูกติดโทรศัพท์หรืออุปกรณ์อื่น ๆ ตลอดเวลา

สร้างกิจกรรมที่สนุกและน่าสนใจ: ในยุคดิจิทัล เกมและการใช้สื่ออื่น ๆ มักเป็นสิ่งที่ดึงดูดความสนใจของลูก การเลี้ยงลูกในยุคดิจิทัลที่ไม่ติดโทรศัพท์สามารถสร้างกิจกรรมที่น่าสนใจและมีความสุขให้กับลูก เช่น การส่งเสริมให้ลูก ๆ มีกิจกรรมและงานอดิเรกที่น่าสนใจ เช่น การอ่านหนังสือ การทำงานฝีมือ กิจกรรมกลุ่ม กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับศิลปะ หรือเล่นเกมส์ที่มีความสร้างสรรค์ หรือเรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับโทรศัพท์ นอกจากนี้ยังสามารถร่วมกิจกรรมกับลูก เช่น การปลูกผักสวนครัวหรือการทำงานฝีมือร่วมกัน

การเลี้ยงลูกในยุคดิจิทัลที่ไม่ติดจอโทรศัพท์และตามทันเทคโนโลยีเป็นความท้าทายที่สำคัญในยุคปัจจุบัน และความสำเร็จในการเลี้ยงลูกในยุคดิจิทัล สามารถทำได้โดยการสร้างสภาพแวดล้อมและการสร้างความเข้าใจในการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม เพื่อให้ลูกเติบโตอย่างฉลาด สมาร์ทและมีความสุขในยุคดิจิทัล โดยการเลี้ยงลูกในยุคดิจิทัลไม่ได้หมายความว่าต้องหลีกเลี่ยงการใช้เทคโนโลยีทั้งหมด แต่ควรเสริมสร้างทักษะและพัฒนาลูกให้มีความรู้ที่เหมาะสมในการใช้เทคโนโลยี เพื่อเติบโตเป็นพลเมืองดิจิทัลที่ดีในโลกดิจิทัลที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน

แม้ว่ามันจะมีความท้าทายอยู่บ้าง แต่การเลี้ยงลูกในยุคดิจิทัลก็เป็นโอกาส และเป็นข้อได้เปรียบที่สามารถนำไปใช้ในการพัฒนาลูกให้เติบโตเป็นคนที่มีความรู้ มีความคิดสร้างสรรค์ และสร้างประโยชน์ให้กับสังคมได้ในอนาคต ดังนั้น เมื่อลูกเริ่มเข้าสู่ช่วงลูกโต (6 - 12 ปี) เป็นช่วงสำคัญของลูกในการเรียนรู้ทักษะชีวิต สมองของลูกพัฒนาอย่างรวดเร็ว และลูกจะสร้างความสัมพันธ์กับคนอื่นและให้ความสำคัญต่อกลุ่มทางสังคม พ่อแม่ควรส่งเสริมให้ลูกเรียนรู้ทักษะการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบข้าง นอกจากนี้ ลูกวัยนี้สามารถคิด วิเคราะห์ และแก้ปัญหาตัดสินใจได้ดียิ่งขึ้น การเป็นพลเมืองดิจิทัลเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่สำคัญที่ควรสอนให้กับลูก เพราะลูกในยุคปัจจุบันต้องเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับโลกดิจิทัลที่กว้างใหญ่ที่มาพร้อมกับความเสี่ยงและโอกาสอย่างท้าทาย พ่อแม่ควรช่วยเตรียมความพร้อมให้กับลูกในการเป็นพลเมืองดิจิทัลที่มีความสามารถในการใช้ชีวิตใด้อย่างเหมาะสมในโลกดิจิทัล ในการพัฒนาทักษะและความรู้ดังต่อไปนี้

ความรู้และการสอนเรื่องความปลอดภัยทางดิจิทัล: ควรสอนลูกเกี่ยวกับความเสี่ยงทางดิจิทัลและวิธีการปกป้องตัวเองอย่างเหมาะสม ให้ลูกเข้าใจเกี่ยวกับข้อมูลประจำตัวดิจิทัล การรักษาความเป็นส่วนตัว และวิธีการรู้จักและเลือกใช้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อตัวเอง รวมทั้งสอนให้ลูกตระหนักเรื่อง Digital footprint ว่าสิ่งใดที่หลุดเข้าสู่โลกออนไลน์แล้วจะคงอยู่ตลอดไป นอกจากนี้ ควรสอนให้ลูกเข้าใจความสำคัญของความรับผิดชอบในการใช้สื่อและเทคโนโลยี เช่น การระมัดระวังการแชร์ข้อมูลส่วนตัว การระมัดระวังความเสี่ยงจากสื่อปลอม และการปฏิเสธข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง ความรับผิดชอบในการใช้สื่อและเทคโนโลยีจะช่วยให้ลูกเป็นพลเมืองดิจิทัลที่มีส่วนร่วมในการก่อสร้างสังคมที่ดีและเจริญก้าวหน้า

การเพิ่มความฉลาดทางดิจิทัล: ส่งเสริมให้ลูกมีทักษะที่จำเป็นในโลกดิจิทัล เช่น การวิเคราะห์เนื้อหาออนไลน์ให้ถูกต้อง การตระหนักถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากโลกดิจิทัล และการใช้เวลาอย่างสมดุลระหว่างเวลาที่ใช้กับการท่องโลกออนไลน์และการใช้ชีวิตประจำวัน รวมทั้งการสอนลูกเกี่ยวกับความสำคัญของการเรียนรู้ตลอดชีวิต และส่งเสริมให้ลูกพัฒนาทักษะการค้นคว้าข้อมูลและการเรียนรู้ด้วยตนเอง เช่น การใช้งานเว็บไซต์แห่งการเรียนรู้ออนไลน์หรือการอ่านแหล่งข้อมูลต่าง ๆ เพื่อเพิ่มความรู้ของลูก ๆ อยู่เสมอ

การเสริมสร้างความคิดสร้างสรรค์: ในยุคดิจิทัลนี้มีการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง การส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ให้กับลูกจึงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้เติบโตและเข้ากับสิ่งใหม่ ๆ ในสังคม พ่อแม่ควรส่งเสริมให้ลูกมีความคิดสร้างสรรค์ในการใช้เทคโนโลยี ให้ลูก ๆ มีความรู้และทักษะในการใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ

ความสำคัญของพลเมืองดิจิทัล: สอนให้ลูกเข้าใจว่าพลเมืองดิจิทัล คือ การเรียนรู้และมีความสามารถในการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างชาญฉลาด มีการบริหารจัดการ และกำกับตนเองได้ รวมถึงรู้เท่าทันและสามารถปกป้องตนเองจากความเสี่ยงต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล รวมทั้งเคารพสิทธิตนเองและผู้อื่น และมีความรับผิดชอบในการตัดสินใจและพฤติกรรมในโลกดิจิทัลที่ส่งผลต่อชุมชนและสังคม

การสร้างความเข้าใจในการใช้เน็ตเวิร์ค: ให้ลูกเข้าใจถึงความสำคัญของเครือข่ายในโลกดิจิทัล ให้ลูกเข้าใจถึงความสำคัญของการเชื่อมต่อกับคนอื่น ๆ และการเคลื่อนไหวอย่างปลอดภัยในเว็บไซต์ และสอนลูกเกี่ยวกับเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน เช่น การใช้สื่อสังคมออนไลน์อย่างปลอดภัย การใช้งานและประโยชน์ของเว็บไซต์ต่าง ๆ และการรับรู้ถึงความเสี่ยงทางด้านความปลอดภัยในโลกดิจิทัล การสอนให้เข้าใจและรับมือกับเทคโนโลยีใหม่ ๆ จะช่วยเตรียมพลเมืองรุ่นหน้าให้พร้อมที่จะเผชิญกับภาวะการเปลี่ยนแปลงในสังคมของอนาคต

การเปิดโอกาสในการสอบถามและสนทนา: สร้างโอกาสให้ลูกสามารถสอบถามคำถามและแสดงความสงสัยเกี่ยวกับเทคโนโลยีและการใช้อินเทอร์เน็ตได้ ให้ลูก ๆ รู้สึกสนใจในการสำรวจโลกดิจิทัลอย่างเปิดกว้าง นอกจากนี้ ในยุคดิจิทัล เรื่องราวที่เกิดขึ้นไม่ได้เกี่ยวข้องเพียงกับเราเอง แต่มีการเชื่อมโยงกับผู้คนและองค์กรในทุกมุมโลก พ่อแม่ควรสอนลูกให้มีทักษะในการทำงานเป็นทีมและการเรียนรู้ร่วมกันมีความสำคัญ เพื่อให้ลูกสามารถปรับตัวเข้ากับสังคมและองค์กรในยุคดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การเลี้ยงลูกในยุคปัจจุบันที่โลกดิจิทัลกำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้หมายความว่าจะต้องหลีกเลี่ยงการใช้เทคโนโลยีทั้งหมด แต่พ่อแม่ควรมีส่วนในการส่งเสริมลูกให้เข้าใจการใช้เทคโนโลยีและพัฒนาทักษะที่จำเป็น เพื่อให้สามารถเติบโตเป็นพลเมืองดิจิทัลที่มีความรู้ ความเข้าใจ ตลอดจนมีความรับผิดชอบต่อสังคม ชีวิต และทรัพย์สินของตัวเองต่อไปในอนาคต

เสกสันต์ พันธุ์บุญมี

ฝ่ายนโยบายและยุทธศาสตร์

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล

แหล่งข้อมูล/อ้างอิง