บริการ
TH
EN
TH
CN

เลือกตั้ง(ออนไลน์)ดีไหม

การเลือกตั้งเป็นการใช้สิทธิของตนเองในการลงคะแนนเสียงเพื่อเลือกตัวแทน ไปทําหน้าที่แทนตนในการปกครอง เช่น การเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และการเลือกตั้งในหน่วยงาน สถาบันการศึกษาต่างๆ เป็นต้น

การเลือกตั้งในปัจจุบันพบว่ามีปัญหาเกิดขึ้นในหลายขั้นตอน เช่น การฉ้อโกงในการเลือกตั้งโดยการปลอมแปลงผลการลงคะแนนเสียง การซื้อคะแนนเสียง การกีดกันหรือละเมิดสิทธิของกลุ่มหรือบุคคลบางรายที่สนับสนุนความคิดทางการเมืองที่ต่างกัน การเข้าถึงข้อมูลที่สำคัญเกี่ยวกับผู้สมัครหรือการแข่งขันที่อาจถูกจำกัดหรือถูกควบคุมโดยหน่วยงานหรือคู่แข่ง ความขัดแย้งของกลุ่มหรือประชาชนที่มีแนวคิดทางการเมืองที่ต่างกันอาจทำให้เกิดความไม่สงบ หรือเกิดเหตุการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อกระบวนการเลือกตั้ง รวมไปถึงข้อผิดพลาดทางเทคนิคในระบบการเลือกตั้ง เช่น การนับคะแนนเสียงไม่ถูกต้อง ทำให้เกิดการร้องเรียนและนำไปสู่การตรวจสอบ ปัญหาในกระบวนการเลือกตั้งเหล่านี้อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในระบบการเลือกตั้งและความร่วมมือของประชาชนในกระบวนการเลือกตั้งได้

การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอาจเป็นตัวช่วยสำคัญที่จะสามารถช่วยลดการเกิดปัญหาในกระบวนการเลือกตั้งดังที่กล่าวมาได้ การเลือกตั้งออนไลน์เป็นกระบวนการที่ผู้เลือกตั้งใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการลงคะแนนเสียงเพื่อแสดงความเห็นของตนเองผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ช่วยให้สามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็วและสะดวกสบาย ในขณะเดียวกันก็เพิ่มประสิทธิภาพให้การนับคะแนนมีความถูกต้องแม่นยำขึ้น นอกจากนี้ การเลือกตั้งออนไลน์ยังเปิดโอกาสให้ผู้เลือกตั้งได้รับข้อมูลเพื่อประกอบการคิดวิเคราะห์ในเวลาอันรวดเร็วและมีความเป็นส่วนตัว แต่ก็ยังเป็นพื้นที่ให้ผู้เลือกตั้งและผู้สมัครแข่งขันทางการเมืองแสดงความเห็นต่างและแสดงจุดยืนทางการเมืองเพื่อเสนอตัวเป็นอีกทางเลือกให้ประชาชนพิจารณาด้วย

การเลือกตั้งออนไลน์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลดังนี้

  • เว็บไซต์และแอปพลิเคชันที่พัฒนามาเพื่อการเลือกตั้งออนไลน์โดยเฉพาะ ทำหน้าที่เป็นตัวกลางให้ผู้ที่มีสิทธิ์เลือกตั้งใช้สำหรับการลงคะแนนเสียง และยังช่วยให้ผู้ที่ใช้สิทธิ์เลือกตั้งสามารถเข้าถึงข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผู้ลงสมัครเลือกตั้ง และนโยบายของพรรคที่ใช้หาเสียง เพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้ลงคะแนนเสียง
  • ระบบการรับส่งข้อมูลออนไลน์ เช่น ระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นเพื่อให้ผู้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งสามารถเข้าถึงและส่งข้อมูลเกี่ยวกับการเลือกตั้งได้ในปริมาณมาก ๆ ได้ในเวลาเดียวกัน ทั้งนี้ การรับส่งข้อมูลที่เร็วและปลอดภัยนับเป็นปัจจัยสำคัญประการหนึ่งในการสร้างความมั่นใจในระบบการเลือกตั้งด้วย
  • ระบบความปลอดภัย การเลือกตั้งออนไลน์ต้องมีระบบความปลอดภัยที่มีมาตรฐาน เพื่อป้องกันการแทรกแซงข้อมูล หรือการละเมิดความเป็นส่วนตัวของผู้เลือกตั้ง โดยการใช้เทคโนโลยีเข้ารหัสข้อมูล หรือบล๊อกเชน ระบบการตรวจสอบและควบคุมการเข้าถึง และการรักษาความปลอดภัยของระบบ เป็นต้น
  • ระบบตรวจสอบและควบคุม เทคโนโลยีที่ช่วยตรวจสอบและควบคุมกระบวนการเลือกตั้งออนไลน์ เช่น การตรวจสอบความถูกต้อง การยืนยันตัวตนของผู้เลือกตั้ง การตรวจสอบเพื่อป้องกันการลงคะแนนเสียงซ้ำซ้อน และการบันทึกข้อมูลลงคะแนนที่ตัดข้อมูลส่วนบุคคลออก ทั้งนี้เพื่อให้กระบวนการเลือกตั้งมีความน่าเชื่อถือ

จุดเด่นของการเลือกตั้งออนไลน์

  • ความสะดวกสบายและการเข้าถึงที่ง่าย ผู้เลือกตั้งสามารถลงคะแนนเสียงจากที่ใดก็ได้ที่มีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางหรือลงคะแนนเสียงในสถานที่หรือหน่วยงานต่างๆ
  • การเข้าถึงข้อมูลและความรู้ที่มากขึ้น ผู้เลือกตั้งสามารถเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับผู้สมัครหรือพรรคการเมืองที่มีนโยบายต่างๆ นอกจากนี้ ยังสามารถเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับนโยบายและแนวคิดของพรรคการเมืองที่ตนเองสนับสนุนได้
  • ความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือ ระบบการเลือกตั้งออนไลน์ที่มีความปลอดภัยช่วยให้ผู้เลือกตั้งมีความมั่นใจในกระบวนการลงคะแนนเสียง การตรวจสอบตัวตนและระบบป้องกันการฉ้อโกงช่วยให้การเลือกตั้งเป็นอย่างถูกต้องและน่าเชื่อถือ
  • สร้างโอกาสให้กับกลุ่มที่มีความยากลำบากในการเข้าถึง การเลือกตั้งออนไลน์ช่วยให้กลุ่มที่อาศัยห่างไกลหรือมีความยากลำบากในการเข้าถึงหน่วยงานการเลือกตั้งมีโอกาสในการมีส่วนร่วมในกระบวนการเลือกตั้งและแสดงความคิดเห็นของตน
  • ลดการใช้กระดาษและเพิ่มความสะดวกสบายในการแสดงผล การเลือกตั้งออนไลน์ช่วยลดการใช้กระดาษในกระบวนการเลือกตั้ง ช่วยประหยัดทรัพยากรธรรมชาติ และยังช่วยทำให้การนำเสนอผลการลงคะแนนเสียงต่อสาธารณชนเป็นไปอย่างมีระบบ โปร่งใสและสะดวกสบายขึ้น

ข้อจำกัดของการเลือกตั้งออนไลน์

  • ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางเทคโนโลยีดิจิทัล การเข้าถึงและการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและการขาดแคลนอุปกรณ์ในการเข้าถึงระบบอินเทอร์เน็ตที่ใช้ในการเลือกตั้งโดยเฉพาะผู้สูงอายุ และคนที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล
  • ปัญหาด้านการใช้สิทแทนกัน ผู้ไม่หวังดีอาจฉวยโอกาสหลอกลวงผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งที่ขาดทักษะหรือไม่สามารถใช้งานเทคโนโลยี เพื่อสวมสิทธิ์ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งแทน

เอสโตเนีย เป็นประเทศที่ประสบความสำเร็จในการใช้ระบบการเลือกตั้งออนไลน์เป็นประเทศแรก โดย ใช้การเลือกตั้งออนไลน์ที่เรียกว่า i-Voting Internet Voting หรือ i-Voting มีพัฒนามาจากการใช้ RFID Clip และเครื่องอ่านบัตรประชาชน และได้พัฒนามาเป็นการเลือกตั้งผ่านอินเทอร์เน็ต โดยทำการเปิดให้ผู้ที่จะใช้สิทธิ์เลือกตั้งสามารถล็อคอินผ่าน ID-card หรือ Mobile-ID จากทั่วโลก เอสโตเนียประสบความสำเร็จจากการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา โดยมีผู้ใช้สิทธิ์ผ่านระบบ i-Voting ถึง 247,232 คน จากผู้ที่ลงคะแนนทั้งหมด 565,028 โดยมีผู้ใช้ i-Voting เพิ่มจากการเลือกตั้งครั้งก่อนถึง 40% โดยระบบ i-Voting ผู้ที่ลงคะแนนเสียงผ่านระบบนี้สามารถเปลี่ยนแปลงผลโหวตของตัวเองได้ตามที่ต้องการในช่วงการเปิดระบบเลือกตั้งล่วงหน้าเท่านั้น โดยเอสโตเนียเผยว่า การใช้ i-Voting ทำให้ลดเวลาการทำงานของหน่วยงานที่รับผิดชอบได้มากถึง 11,000 วัน และลดค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งลงกว่า 50%

ในปัจจุบัน หน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ และเอกชน สถาบันการศึกษาต่างๆ ในประเทศไทยเริ่มมีการใช้ระบบการเลือกตั้งออนไลน์ในการเลือกตั้งกรรมการบริหารต่างๆ ของหน่วยงานเพิ่มมากขึ้น เช่น สภาการพยาบาล ใช้ระบบ E-Voting การเลือกตั้งกรรมการสภาการพยาบาล สหกรณ์ออมทรัพย์กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ การเลือกตั้งประธานกรรมการ และกรรมการดำเนินการ โครงการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารองค์กรนิสิต มหาวิทยาลัยมหาสารคาม แต่การจะผลักดันไปสู่การใช้ในระดับประเทศยังต้องสร้างความเชื่อมั่นและความตระหนักรู้เพื่อปรับเปลี่ยนทัศนคติของประชาชน รวมทั้งเร่งพัฒนาความรู้และทักษะดิจิทัลไปพร้อมกัน

โดย นายกฤษณ์ กำจาย

ฝ่ายนโยบายและยุทธศาสตร์

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล

ที่มาของข้อมูล