บริการ
TH
EN
TH
CN

AI หมอกหรือควัน

ทุกวันนี้ เรารู้จักและคุ้นเคยกับเทคโนโลยี AI หรือ Artificial Intelligence กันพอสมควร AI เป็นเทคโนโลยีที่สร้างความสามารถให้แก่เครื่องจักรและคอมพิวเตอร์ ด้วยอัลกอริทึมและกลุ่มเครื่องมือทางสถิติ เพื่อสร้างซอฟต์แวร์ที่ทรงภูมิปัญญา ที่สามารถเรียนรู้ และเลียนแบบความสามารถของมนุษย์ที่ซับซ้อนได้ และเทคโนโลยี AI ได้แทรกอยู่ในชีวิตประจำวันของเราอย่างไม่รู้ตัว เช่น การใช้ AI ช่วยวิเคราะห์และประเมินความเสี่ยงของลูกค้าที่มาขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน การใช้ AI ช่วยวิเคราะห์และตัดสินใจของผู้จัดการกองทุนรวมในการลงทุนในตราสารเงินและตราสารทุน ใช้ในการช่วยเขียนจดหมายธุรกิจ เขียนบทความ โดยใช้ ChatGPT ใช้ในระบบป้องกันการชนสำหรับรถยนต์ หรือช่วยสร้างภาพตามจินตนาการตามที่เราต้องการ โดยใช้ Midjourney เป็นต้น

ดูเหมือนว่า AI จะเป็นเทคโนโลยีแห่งอนาคตที่ช่วยให้การใช้ชีวิต หรือการทำงานของมนุษย์เราสะดวก สบายยิ่งขึ้น แต่ก็มีบุคคลระดับโลกที่เห็นด้วย และเห็นต่าง เกี่ยวกับ AI วลาดิมีร์ ปูติน (Vladimir Putin) ประธานาธิบดีรัสเซีย กล่าวว่าเทคโนโลยี AI จะมีส่วนสำคัญต่ออนาคตของรัสเซีย และอนาคตของโลกต่อไป ในทางกลับกัน อีลอน มัสก์ (Elon Musk) สตีเฟน ฮอว์คิง (Stephen Hawking) และ บิล เกตส์ (Bill Gates) ถึงแม้ว่าจะมีความเห็นว่า AI จะมีบทบาทและอิทธิพลกับโลกเป็นอย่างมาก แต่การพัฒนาของ AI อาจจะเป็นภัยคุกคามต่อมนุษยชาติต่อไปในอนาคตได้

เทคโนโลยีนั้นก็เหมือนดาบ 2 คม ที่มีทั้งข้อดี ข้อเสีย ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจเลือกใช้งาน และเมื่อพิจารณาถึงข้อดี ข้อเสียของเทคโนโลยี AI อาจจำแนกได้ ดังนี้

ข้อดี

  • เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ลดต้นทุนขององค์กร

AI สามารถประมวลผลจากข้อมูลที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก และมีความซับซ้อนได้ในระยะเวลาที่รวดเร็วอย่างมาก และนำไปสู่ประมวลผลแบบเรียลไทม์ (Real Time) เช่น AI ที่สามารถวิเคราะห์ความเสี่ยงจากการปล่อยกู้ให้กับลูกค้าที่ต้องการสินเชื่อของสถาบันการเงิน ทำให้ลดระยะเวลาการพิจารณาลง เป็นการลดความเสี่ยงทางธุรกิจ และต้นทุนของสถาบันการเงินได้อีกทางหนึ่งด้วย

  • ลดความผิดพลาดอันเกิดจากการทำงานของมนุษย์

เทคโนโลยี AI สามารถทำให้หุ่นยนต์ในโรงงานอุตสาหกรรมทำงานได้อย่างถูกต้อง แม่นยำ ลดข้อผิดพลาดลงจนแทบเป็นศูนย์ ซึ่งเป็นสิ่งที่เหนือกว่าการทำงานของมนุษย์เป็นอย่างมาก ดังเช่น การทำงานของเครื่องจักรในศูนย์คัดแยกสินค้า ซึ่งมีความถูกต้อง แม่นยำ สามารถคัดแยกพัสดุได้ 36,000 ชิ้นต่อชั่วโมง สามารถจัดส่งพัสดุในพื้นที่เดียวกัน โดยใช้ระยะเวลาจัดส่งเพียง 0.8 วันเท่านั้น

รูปที่ 1 การทำงานของระบบคัดแยกพัสดุ รูปที่ 1 การทำงานของระบบคัดแยกพัสดุ ที่มา: https://positioningmag.com/1257247

  • ต่อยอดทำให้เกิดเทคโนโลยีหรืออุปกรณ์อัจฉริยะอื่น

AI มีความสามารถในการประมวลผลชุดข้อมูลขนาดใหญ่อย่างรวดเร็ว มีความแม่นยำสูง และมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะมีความสำคัญต่อการทำงานของเทคโนโลยีอัจฉริยะในหลาย ๆ ประเภท ตัวอย่างเช่น สมาร์ทโฟนระดับ Hi-end หลาย ๆ รุ่น โดยสมาร์ทโฟนเหล่านี้จะมี AI ที่ทำงานอยู่ในเบื้องหลัง คอยปรับการตั้งค่าของโทรศัพท์อย่างต่อเนื่องตลอดการใช้งาน หรือการปรับแต่งภาพถ่ายให้ดูดีที่สุดในทุกสถานการณ์ เพื่อคงประสิทธิภาพ และสร้างความพึงพอใจให้กับผู้ใช้งานอย่างสูงสุด

รูปที่ 2 สมาร์ทโฟนรุ่นต่าง ๆ รูปที่ 2 สมาร์ทโฟนรุ่นต่าง ๆ ที่มา: https://www.radiotimes.com/technology/technology-guides/best-smartphone/

ข้อเสีย

  • การใช้ AI ช่วยในการตัดสินใจในเรื่องที่ละเอียดอ่อนและเกี่ยวข้องกับความรู้สึกของมนุษย์

บริษัท IBM ได้นำเทคโนโลยี AI มาใช้ในการวิเคราะห์ คำนวณ และตัดสินใจว่าพนักงานของบริษัทคนใดสมควรได้รับการขึ้นเงินเดือน ได้รับโบนัส หรือเลื่อนตำแหน่งหรือไม่ โดยดูจากประสบการณ์และผลการดำเนินงานที่ผ่านมาของพนักงาน เพื่อตัดสินคุณภาพ ประสิทธิภาพและทักษะที่บุคคลดังกล่าวที่มีให้กับบริษัททั้งในปัจจุบันและในอนาคต อย่างไรก็ตาม การใช้ AI ช่วยในการตัดสินใจในเรื่องที่ละเอียดอ่อนสูงเช่นนี้ ทำให้เกิดความกังวลใจต่อพนักงานขึ้น และยังทำให้ขวัญกำลังใจลดลงอีกด้วย

  • ทำให้เกิดการลดการจ้างงาน หรือเลิกจ้าง

การที่เทคโนโลยี AI ที่มีความฉลาด มีประสิทธิภาพ จนสามารถทำงานแทนมนุษย์ได้ในบางหน้าที่ในขณะนี้ ได้นำไปสู่การตัดสินลดการจ้างงาน หรือเลิกจ้างขององค์กร ทำให้เกิดความวิตกกังวลว่าจะทำให้เกิดการว่างงานเพิ่มสูงขึ้น จนกลายเป็นปัญญาทางเศรษฐกิจและสังคมต่อไป ดังนั้น พนักงานจึงมีความจำเป็นที่จะต้องเพิ่มพูนทักษะของตน ไม่ว่าจะเป็น reskill และ/หรือ upskill เพื่อหลีกเลี่ยงหรือลดความเสี่ยงจาการถูกเลิกจ้าง

  • การทำงานที่ปราศจากจริยธรรม คุณธรรม

เทคโนโลยี AI สามารถประมวลผลตามอัลกอริธึมที่ถูกกำหนดไว้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่บางสถานการณ์ เราต้องการตรรกะที่มากกว่าแค่ เลข “0” กับเลข “1” เรื่องของจริยธรรม คุณธรรมจึงมีความจำเป็น ดังเช่นกรณีที่มีผู้ใช้งาน ChatGPT สอบถามขอวิธีฆ่าตัวตาย ระบบจึงนำเสนอข้อมูล วิธีการฆ่าตัวตายในรูปแบบต่าง ๆ ให้ แทนที่จะเป็นการเกลี้ยกล่อม โน้มน้าวให้ผู้ใช้งานเปลี่ยนใจ ยกเลิกความที่จะฆ่าตัวตาย ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง ซึ่งสถานการณ์เดียวกันนี้ หากมนุษย์เป็นผู้แก้ไขปัญหา ย่อมสามารถทำได้ดีกว่า AI อย่างแน่นอน

บทสรุป เทคโนโลยี AI ก็เหมือนกับสิ่งอื่น ๆ บนโลกนี้ ที่มีทั้งด้านที่ดีและไม่ดี ดังนั้น จึงขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้ใช้งานว่าจะนำเทคโนโลยีเหล่านั้นไปใช้ในด้านใด เพื่อวัตถุประสงค์อะไร และก็ต้องยอมรับต่อผลของการตัดสินใจนั้นด้วย เทคโนโลยี AI จึงเปรียบเสมือนทั้งหมอกและควัน ที่ดูด้วยตาเปล่าแล้วคล้ายกัน แต่เมื่อได้สัมผัส ผลลัพธ์กลับแตกต่างกัน

สุธี วงศ์ประไพ

ฝ่ายกลยุทธ์องค์กร

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล

ที่มา