บริการ
TH
EN
TH
CN

เรื่อง “โด(ร)น ๆ” ของคนรักษ์โลก

ปัจจุบันนี้หลายคนคงรู้จักหรือเคยได้ยินเรื่องเกี่ยวกับเทคโนโลยีโดรน หรืออากาศยานไร้คนขับ (Unmanned Aerial Vehicle : UAV, Unmanned Aerial Systems: UAS) ซึ่งโดรนสามารถนำมาใช้ทดแทนแรงงานมนุษย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานที่มีความเสี่ยงสูง หรืออยู่ในเขตพื้นที่อันตรายและยากต่อการเข้าถึง รวมถึงยังมีการพัฒนาเพื่อลดต้นทุนการผลิตโดรนจนทำให้เกิดการดึงดูดนักลงทุนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง โดยที่โอกาสทางธุรกิจของอากาศยานไร้คนขับของโลกในปี พ.ศ. 2563 ซึ่งพิจารณาจากมูลค่าของตลาดที่เข้าถึงได้ (Addressable Market) แบ่งได้เป็น 3 ส่วนหลัก คือ ด้านความมั่นคงหรือการทหาร คิดเป็นมูลค่าประมาณ 11.6 พันล้านเหรียญสหรัฐ ด้านการพาณิชย์ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 6.4 พันล้านเหรียญสหรัฐ และด้านการนันทนาการ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 4.4 พันล้านเหรียญสหรัฐ

นอกจากประโยชน์ในแง่มุมด้านความมั่นคง ด้านการพาณิชย์ และด้านการนันทนาการแล้ว เนื่องจากโดรนเป็นเทคโนโลยีที่สามารถติดตั้งอุปกรณ์เพื่อส่งสัญญาณและข้อมูลไปยังศูนย์ควบคุมที่อยู่ห่างโดยระยะทาง รวมถึงยังสามารถเคลื่อนที่เข้าไปในบริเวณที่มนุษย์ไม่สะดวกเข้าถึงหรือการเข้าถึงพื้นที่นั้นอาจเป็นอันตรายต่อมนุษย์ โดรนจึงมีบทบาทสำคัญในการนำมาใช้สำรวจพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อช่วยสนับสนุนการอนุรักษ์และพัฒนาคุณภาพสิ่งแวดล้อมได้อีกด้วย ดังจะเห็นได้จากการที่เมื่อช่วงสิ้นปี พ.ศ. 2555 บริษัทกูเกิ้ลได้มอบเงินสนับสนุนถึง 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ให้แก่กองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (WWF) เพื่อการใช้งานโดรนในการติดตามผู้ลักลอบล่าสัตว์ป่าในแอฟริกาและเอเชีย และเพื่อชี้ให้เห็นถึงความน่าสนใจในการนำเทคโนโลยีนี้มาประยุกต์ในบริบทของไทยในแง่มุมดังกล่าวผู้เขียนขอนำเสนอตัวอย่างการใช้งานโดรนที่สอดคล้องตามยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2561 – 2580 ด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งตัวอย่างของประเทศไทย และตัวอย่างของต่างประเทศที่อาจนำมาใช้เป็นแนวทางการคิดค้นเทคโนโลยีของไทยได้ ดังต่อไปนี้

  1. การสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนบนสังคมเศรษฐกิจสีเขียว

โดรนสามารถนำมาใช้เพื่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพ ตลอดจนช่วยรักษาและเพิ่มพื้นที่สีเขียวอันเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้ โดยมีตัวอย่างที่น่าสนใจของ Dendra Systems บริษัทสตาร์ทอัพในออกซฟอร์ด สหราชอาณาจักร ที่ได้ใช้โดรนสำรวจพื้นที่ป่าเสื่อมโทรม เพื่อเก็บข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพ ผ่านการถ่ายภาพความละเอียดสูงแล้วจัดทำแผนที่ของพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมขนาดใหญ่โดยใช้ระยะเวลาอันสั้น นอกจากนี้ โดรนที่ใช้บินสำรวจยังสามารถระบุสายพันธุ์พืชและสัตว์ได้ถึง 120 สายพันธุ์จากการบินผ่านพื้นที่ดังกล่าว เก็บข้อมูลได้ครอบคลุมถึงระบบนิเวศที่มีความละเอียดมาก เพื่อใช้ในการวางแผนพัฒนาพื้นที่ได้ตรงจุด อีกทั้งโดรนดังกล่าวยังสามารถช่วยหว่านเมล็ดพันธุ์พืชได้ ซึ่งโดรน 10 ตัว สามารถปลูกต้นไม้ได้โดยประมาณ 300,000 ต้น ต่อวัน หรือปลูกได้ในพื้นที่ประมาณ 375 ไร่ ต่อวัน นอกจากนี้ โดยความร่วมมือของ World Wide Fund for Nature (WWF) และรัฐบาลออสเตรเลีย ก็ได้มีการนำโดรนของบริษัทดังกล่าวมาใช้ปลูกและบริหารจัดการป่าในพื้นที่ระเบียงตะวันตกของเมืองบริสเบน ประเทศออสเตรเลีย เพื่อให้เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของหมีโคอาล่า

การใช้งานโดรนของออสเตรเลีย

ที่มา : จาก เว็บไซต์ของ WWF Australia, https://www.wwf.org.au/news/2021/drone-plants-koala-caviar-to-help-iconic-species/?rd=1

  1. การสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนบนสังคมเศรษฐกิจภาคทะเล

โดรนสามารถช่วยพัฒนาและเพิ่มสัดส่วนกิจกรรมทางทะเลที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้ โดยมีตัวอย่างที่น่าสนใจของคณะสัตวแพทยศาสตร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้นำโดรนมาใช้สำรวจใต้ท้องทะเลบริเวณเกาะล้าน เกาะครก และเกาะสาก จังหวัดชลบุรี เพื่อตรวจสอบผลกระทบทางทะเลที่อาจเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ระดับน้ำทะเล ตลอดจนความเป็นกรดของน้ำทะเล สำรวจและประเมินโครงสร้างปะการังที่เสียหายจากเหตุต่าง ๆ โดรนดังกล่าวจะมีรูปทรงคล้ายปลาและติดตั้งกล้องแบบปรับทิศทางได้เพื่อใช้ถ่ายภาพนิ่งและวิดีโอในมุมมองเช่นเดียวกับปลา สามารถใช้งานได้ทั้งในน้ำจืด น้ำเค็ม และน้ำที่ผสมคลอรีน สามารถดำดิ่งลงน้ำลึกได้ถึง 30 เมตร และมีกลไกบังคับการปล่อยคลื่นโซนาร์เพื่อตรวจจับปลาที่อยู่ลึกกว่าโดรนลงไปได้อีก 40 เมตร

โดรนสำรวจใต้ท้องทะเล

ที่มา : จุฬาฯ กับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน, “นวัตกรรมโดรนใต้น้ำจากจุฬาฯ กับภารกิจพิทักษ์ท้องทะเลไทย”, http://www.sustainability.chula.ac.th/th/report/2543

  1. การสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนบนสังคมที่เป็นมิตรต่อสภาพภูมิอากาศ

โดรนสามารถนำมาใช้เพื่อกิจกรรมที่จะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก หรือช่วยในการปรับตัวเพื่อลดความสูญเสียจากผลกระทบที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ โดยมีตัวอย่างที่น่าสนใจของบริษัท NatureTec Engineering ซึ่งเป็นบริษัทสตาร์ทอัพจากประเทศเยอรมัน ได้พัฒนาฝูงโดรนสำหรับดับเพลิงขึ้นเพื่อใช้ในการควบคุมสถานการณ์ไฟป่าอันเป็นสาเหตุหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ฝูงโดรนนี้มีความพร้อมใช้งานได้ตลอด 24 ชั่วโมง สามารถบรรจุน้ำมาใช้ดับไฟเหนือจุดกำเนิดไฟในปริมาณกว่า 280,000 ลิตร ต่อวัน สามารถใช้งานในพื้นที่ซึ่งมีสิ่งบดบังทัศนวิสัย เช่น หมอกควัน ได้ ตลอดจนช่วยลดความเสี่ยงอันตรายของนักดับเพลิงที่จำเป็นต้องปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่เสี่ยงได้อีกด้วย

  1. การพัฒนาพื้นที่เมือง ชนบท เกษตรกรรมและอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ มุ่งเน้นความเป็นเมืองที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง

โดรนสามารถนำมาใช้เพื่อการพัฒนาพื้นที่เมือง ชนบท เกษตรกรรม และอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ ซึ่งครอบคลุมไปถึงการนำมาใช้จัดการมลพิษที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยมีตัวอย่างที่น่าสนใจของ RanMarine Technology บริษัทจากประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งเป็นโดรนที่ช่วยกำจัดมลพิษทางน้ำโดยเก็บขยะในน้ำแล้วรวบรวมมาส่งเพื่อกำจัดบนพื้นดิน สามารถเก็บขยะได้คราวละ 160 ลิตร ด้วยการเก็บขยะที่ไหลเข้ามาตรงกลางระหว่างทุ่นทั้งสองข้างของโดรนนั้น รวมถึงยังสามารถจัดเก็บพืชหรือสาหร่ายลอยน้ำได้อีกด้วย

โดรนกำจัดมลพิษทางน้ำ

ที่มา : จากเว็บไซต์ของบริษัท RanMarine Technology, โดย Kevin Jost https://www.ranmarine.io/press/electric-harvesting-vessel

  1. การพัฒนาความมั่นคงน้ำ พลังงาน และเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

โดรนสามารถนำมาใช้ในแง่มุมการพัฒนาความมั่นคงพลังงานของประเทศและส่งเสริมการใช้พลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้ โดยมีตัวอย่างที่สนใจของ DroneDeploy และ DJI ในประเทศสหรัฐอเมริกา ที่นำโดรนมาเพิ่มประสิทธิภาพการติดตั้งและตรวจสอบแผงโซลาร์เซลล์ โดยการตรวจจับภาพความร้อนส่งไปยังโครงสร้างพื้นฐานบนคลาวด์ เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์สำหรับการบำรุงรักษาระบบและช่วยลดต้นทุนในการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคา นอกจากนี้ เทคโนโลยีดังกล่าวยังประหยัดเวลากว่าการที่พนักงานต้องปีนขึ้นไปบนหลังคา และลดโอกาสการวัดค่าต่าง ๆ คลาดเคลื่อนจากการใช้แรงงานคนด้วย

จากตัวอย่างการใช้งานโดรนที่กล่าวมาข้างต้น ชี้ให้เห็นถึงความก้าวหน้าของเทคโนโลยีโดรนในแง่มุมความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นประเด็นที่สอดคล้องกับหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development) ที่นานาประเทศทั่วโลกกำลังให้ความสนใจ อย่างไรก็ตาม หากมีการควบคุมการใช้งานเทคโนโลยีโดรนอย่างเข้มงวดเคร่งครัดจนเกินไปก็อาจเป็นอุปสรรคต่อภาคเอกชนในการพัฒนาต่อยอดและใช้งานได้ โดยสิ่งสำคัญที่จะต้องคำนึงถึงคือการนำความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดความเสียหายหรือผลกระทบต่อความปลอดภัยของบุคคลอื่น มาชั่งน้ำหนักกับประโยชน์ของโดรนที่จะก่อให้เกิดผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนด้วย

ดร.ภัทรพร เย็นบุตร

ฝ่ายส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพชีวิตและความมั่นคง

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล

ที่มา

  • รายงานการพิจารณาศึกษาเรื่อง “แนวทางส่งเสริมการใช้ประโยชน์เทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับเชิงพาณิชย์” โดยคณะกรรมาธิการเทคโนโลยีสารสนเทศการสื่อสาร และการโทรคมนาคม วุฒิสภา, สำนักกรรมาธิการ 1 สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา, 2564, หน้า 1.
  • UNEP Global Environmental Alert Service (GEAS), “A new eye in the sky: Eco-drones”, เข้าถึงข้อมูลเมื่อวันที่ 17 เมษายน 2566, จาก http://www.unep.org/geas.
  • SDG MOVE, “ฟื้นฟูระบบนิเวศด้วยโดรนพร้อมระบบ AI จาก Dendra ที่สามารถเก็บข้อมูลสิ่งมีชีวิตและปลูกต้นไม้คืนป่าได้”, เข้าถึงข้อมูลเมื่อวันที่ 17 เมษายน 2566, จาก https://www.sdgmove.com/2021/05/03/dendra-drone-ai-combat-deforestation
  • Patrick Hamilton, DRONE PLANTS “KOALA CAVIAR” TO HELP ICONIC SPECIES, เข้าถึงข้อมูลเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2566, จาก https://www.wwf.org.au/news/2021/drone-plants-koala-caviar-to-help-iconic-species/?rd=1.
  • จุฬาฯ กับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน, “นวัตกรรมโดรนใต้น้ำจากจุฬาฯ กับภารกิจพิทักษ์ท้องทะเลไทย”, เข้าถึงข้อมูลเมื่อวันที่ 17 เมษายน 2566, จาก http://www.sustainability.chula.ac.th/th/report/2543.
  • MODERN MANUFACTURING, “โดรนดับเพลิงสู้ไฟป่า พร้อมทำงานแบบ 24 ชั่วโมง”, เข้าถึงข้อมูลเมื่อวันที่ 17 เมษายน 2566, จาก https://www.mmthailand.com/naturetec-fire-fighting-drone.
  • มูลนิธิสืบนาคะเสถียร, “โดรนเก็บขยะ ขจัดพลาสติกในลำน้ำก่อนไหลลงสู่ทะเล, เข้าถึงข้อมูลเมื่อวันที่ 17 เมษายน 2566, จาก https://www.seub.or.th/bloging/news/global-news/drones-plastic-waste.
  • ExpresSo, “5 ตัวอย่างเทคโนโลยีโดรน ช่วยสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน”, เข้าถึงข้อมูลเมื่อวันที่ 17 เมษายน 2566, จาก https://blog.pttexpresso.com/5-drone-technologies.