บริการ
TH
EN
TH
CN

การวิเคราะห์ความคุ้มค่าในการลงทุนในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ในภาคอุตสาหกรรมเกษตรการเลี้ยงกุ้งขาว

การเจริญเติบโตของธุรกิจส่งผลต่อการขยายงานขององค์กรต่าง ๆ โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรมเกษตรการเลี้ยงกุ้งขาว ที่มีความต้องการเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตในการป้อนสินค้าเข้าสู่ตลาดให้ทันต่อความต้องการของผู้บริโภค ทั้งนี้ การที่จะนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาประยุกต์ใช้ในภาคอุตสาหกรรม ต้องมีการวิเคราะห์ความคุ้มค่าในการลงทุนเพื่อเป็นแนวทางในการตัดสินใจเลือก โดยมีการพิจารณาให้ครอบคลุม ทั่วถึงและรอบคอบ โดยต้องมีเครื่องมือที่เหมาะสมเข้ามาช่วยในการคิดและวิเคราะห์ เพื่อค้นหาแนวทางจัดสรรทรัพยากรในด้านต่าง ๆ ให้บรรลุวัตถุประสงค์ ด้วยวิธีการที่สามารถประยุกต์การวิเคราะห์กิจกรรมการลงทุนได้อย่างเป็นระบบ (พสุ เดชะรินทร์, 2555) ซึ่งการวิเคราะห์ทางเศรษฐศาสตร์มีวัตถุประสงค์ดังนี้

  1. เพื่อประเมินค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ย
  2. ระยะเวลาคืนทุนและจุดคุ้มทุน โดยเน้นความคุ้มค่าและก่อให้เกิดประโยชน์สูงที่่สุด

เทคโนโลยีที่นิยมนำมาประยุกต์ใช้ในภาคอุตสาหกรรมเกษตรการเลี้ยงกุ้งขาว คือ Smart Farm ระบบควบคุมคุณภาพน้ำอัจฉริยะ ซึ่งเป็นการบริหารจัดการฟาร์มกุ้งที่เกษตรกรสามารถควบคุมและจัดการฟาร์มผ่านระบบ Application สามารถช่วยในการตรวจสอบคุณภาพน้ำแบบเรียลไทม์ และควบคุมระบบเติมอากาศแบบอัตโนมัติ ช่วยให้เกษตรกรสามารถทราบค่าคุณภาพน้ำที่เหมาะสมในการเลี้ยงกุ้ง และ สามารถควบคุมการทำงานของเครื่องตีน้ำเติมอากาศได้อย่างเหมาะสม ส่งผลให้ช่วยประหยัดเวลา ลดต้นทุนค่าน้ำมันเชื้อเพลิงและไฟฟ้า ลดความเสี่ยงจากการสูญเสีย และลดแรงงานในการทำงาน

ภาพที่ 1 Smart farm ระบบควบคุมคุณภาพน้ำอัจฉริยะ ภาพที่ 1 Smart farm ระบบควบคุมคุณภาพน้ำอัจฉริยะ ที่มา : https://www.thairath.co.th/news/local/east/2654881?gallery_id=2

รูปที่ 2 เครื่องเติมอากาศ รูปที่ 2 เครื่องเติมอากาศ ที่มา : https://www.arkarnsin.com/item/CC00301165.jpg

รูปที่ 3 แอปพลิเคชัน Smart farm ควบคุมการเปิด- ปิดเครื่องเติมอากาศ รูปที่ 3 แอปพลิเคชัน Smart farm ควบคุมการเปิด- ปิดเครื่องเติมอากาศ แหล่งที่มา : https://hydroneo.net/th/

การวิเคราะห์ระยะเวลาคืนทุน (Pay-back Period)

จตุรงค์ (2563) การวิเคราะห์ระยะเวลาคืนทุน (Pay-back Period) เป็นการคาดคะเนว่า เมื่อลงทุนใช้เทคโนโลยีไปแล้ว จะได้รับผลตอบแทนกลับคืนมาในจำนวนเงินเท่ากับที่ลงทุนไปแล้วภายในระยะกี่ปี โดยคิดจากราคาในการลงทุนซื้อเทคโนโลยีหารกับผลประโยชน์สุทธิที่คาดว่าจะได้รับในการใข้งานของเทคโนโลยี (5-10 ปี)

ตัวอย่างการวิเคราะห์เชิงเศรษฐศาสตร์

กรณีศึกษาการวิเคราะห์เชิงเศรษฐศาสตร์ จากโครงการการใช้ระบบสมาร์ทฟาร์มในการลดต้นทุนพลังงานของการเลี้ยงกุ้งขาวและปลากะพงขาว ซึ่งเป็นโครงการที่ได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลเพื่อภาคธุรกิจอุตสาหรรม (depa Digital Transformation : T2) ของสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) โดยบริษัทที่สมัครเข้าร่วมโครงการประกอบธุรกิจฟาร์มกุ้งขาวและฟาร์มปลากะพงขาวที่เลี้ยงในบ่อ ประสบปัญหาต้นทุนจากค่าไฟฟ้าที่เพิ่มสูงขึ้น อีกทั้งประสบปัญหาการขาดออกซิเจนในน้ำหรือออกซิเจนไม่เพียงพอ ซึ่งเกิดจากสาเหตุต่าง ๆ เช่น เครื่องเติมอากาศมีปัญหาหรือกระแสไฟฟ้าไม่เพียงพอต่อเครื่องเติมอากาศ ส่งผลต่อคุณภาพน้ำที่ไม่เหมาะสมต่อการเลี้ยงกุ้งขาวและฟาร์มปลากะพงขาว ดังนั้น บริษัทฯ จึงต้องการนำเทคโนโลยี Smart Farm มาประยุกต์ใช้ เพื่อลดต้นทุนการใช้พลังงานไฟฟ้า การติดตามคุณภาพน้ำ และสามารถแจ้งเตือนแบบเรียลไทม์ได้ โดยมีต้นทุนการใช้พลังงานไฟฟ้าประมาณ 96,000 บาท/ ปี และเมื่อคิดวิเคราะห์ความคุ้มค่าในการลงทุนเทคโนโลยีดิจิทัล ซึ่งมีราคาเทคโนโลยี Smart Farm ระบบควบคุมคุณภาพน้ำอัจฉริยะ 375,000 บาท ใช้มอเตอร์ขนาด 3 แรงม้า 2 ตัว มีความสามารถในการใช้ไฟฟ้า 10.06 บาทต่อชั่วโมง กำหนดให้เทคโนโลยีทำงาน 10 ชั่วโมงต่อวันทำงานปีละ 300 วัน สามารถคิดค่าใช้จ่ายในการทำงาน ระยะเวลาคืนทุน และจุดคุ้มทุนของการใช้เทคโนโลยี ได้ดังนี้

ค่าใช้จ่ายในการทำงาน

ค่าใช้จ่ายในการทำงานคำนวณได้จาก ต้นทุนคงที่ (Fixed cost) และต้นทุนผันแปร (Variable cost) ซึ่งมีรายละเอียดในการคำนวณได้ดังนี้

ต้นทุนคงที่ (Fixed cost) ไม่รวมค่าใช้สถานที่

ค่าเสื่อม (Depreciation, DP) คิดค่าเสื่อมราคา (DP) แบบ Straight-line method DP = (P-S)/L

โดยที่ P คือ ราคาซื้อของเทคโนโลยี (บาท) S คือ ราคราขายหรือคงเหลือเมื่อเทคโนโลยีหมดอายุ (บาท) และ L คือ อายุการใช้งานของเทคโนโลยี (ปี)

สมมติให้ราคาเทคโนโลยี Smart farm 375,000 บาท ให้มูลค่าซากเทคโนโลยีเมื่อสิ้นปีที่ 5 มีมูลค่าเหลือ10เปอร์เซ็นต์ ของราคาต้นทุน

ดังนั้น ราคาซากเทคโนโลยี (S) = (10/100)( 375,000) = 37,500 บาท

ดังนั้น ค่าเสื่อมราคา (DP) = (P-S)/(L) = (375,000-37,500)/5 = 67,500 บาท

ดอกเบี้ยหรือค่าเสียโอกาส (Interest on investment) หรือค่าเสียโอกาส

(I) = ((P+S)/2(i/100) โดยที่ I คือ อัตราดอกเบี้ยต่อปี (เปอร์เซ็นต์)

กำหนดให้อัตราดอกเบี้ยต่อปี เท่ากับ 10%

ดังนั้น ค่าเสียโอกาสต่อปี = ((375,000+37,500)/2(10/100) เท่ากับ 20,625 บาทต่อปี

รวมต้นทุนคงที่ต่อปี (Fixed cost) = 67,500+20,625 เท่ากับ 88,125 บาทต่อปี

ต้นทุนผันแปร (Variable cost)

ค่าซ่อมแซมและบำรุงรักษา (Repair and maintenance) คิดเฉลี่ยประมาณวันละ 20 บาท ทำงาน 300 วัน ค่าบำรุงรักษา = 20×300 = 6,000 บาทต่อปี

ค่าไฟฟ้า จากขนาดมอเตอร์ 3 แรงม้า จำนวน 2 ตัว จะสิ้นเปลืองค่าไฟฟ้าเฉลี่ย 45 หน่วย/วัน ราคาไฟฟ้าหน่วยละ 5.33 บาท ใน 1 ปีทำงาน 300 วัน คิดเป็นค่าไฟฟ้าเท่ากับ (45)(5.33)(300) = 71,955 บาท/ปี

ค่าจ้างแรงงาน อัตรารับจ้างวันละ 300 บาท จำนวน 8 คน ทำงาน 300 วัน คิดเป็นค่าจ้างแรงงงาน = (300)(300)(8) = 720,000 บาท/ปี

รวมต้นทุนผันแปร = 6,000 บาท+71,955+720,000 = 797,955 บาท/ปี

คิดต้นทุนในการใช้เทคโนโลยี Smart farm โดยรวมต้นทุนคงที่กับต้นทุนผันแปรเท่ากับ 88,125 + 797,955 = 886,080 บาท/ปี

ค่าใช้จ่ายในการทำงาน (บาทต่อชั่วโมง) ของเทคโนโลยีที่นำเข้ามาช่วยการควบคุมการเติมอากาศในน้ำแบบอัตโนมัติใน 1 ปี เวลาการทำงาน 3,000 ชั่วโมง มีความสามารถในการใช้ไฟฟ้า 10.06 บาทต่อชั่วโมง จะได้เท่ากับ 886,080/(3,000)(10.06) = 29.35 บาทต่อชั่วโมง รายละเอียดของตัวแปรที่ใช้ในการคำนวณระยะเวลาคืนทุนมี ดังนี้

ต้นทุนผันแปร คือ ค่าผลรวมของค่าซ่อมแซมและบำรุงรักษา ค่าไฟฟ้า และค่าจ้างแรงงาน

ต้นทุนรวม คือ ต้นทุนผันแปรรวมกับดอกเบี้ย

ผลประโยชน์ที่ได้รับจากการการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยลดต้นทุนค่าไฟฟ้าจากในการเติมอากาศในน้ำคูณกับชั่วโมงการทำงานต่อปี

สมมติอัตราดูแลบ่อการเลี้ยงกุ้งขาวและฟาร์มปลากะพงขาว ต่อชั่วโมงโดยใช้แรงงานคน ค่าแรง 40 บาท/ชั่วโมง คูณกับอัตราความสามารถในการใช้ไฟฟ้า 10.06 บาทต่อชั่วโมง เท่ากับ 402.4 บาทต่อชั่วโมง

ผลประโยชน์สุทธิ คือ ผลต่างระหว่างผลประโยชน์ที่ได้รับกับต้นทุนรวม

ระยะเวลาคืนทุน คือ ผลหารระหว่างราคาซื้อเครื่องกับผลประโยชน์สุทธิ

ชั่วโมงการทำงาน 3,000 ชั่งโมง/ปี

ดอกเบี้ย 20,625 บาท/ปี

ต้นทุนแปรผัน 797,955 บาท/ปี

ต้นทุนรวม 797,955 + 20,625 = 818,580 บาท/ปี

ผลประโยชน์ที่ได้รับ 3,000 x 402.4 = 1,207,200 บาท/ปี

ผลประโยชน์สุทธิ 1,207,200 - 818,580 = 388,620 บาท/ปี

คำนวณระยะเวลาคืนทุนจากสมการที่ (1) (375,000/388,620) x 12 = 11.5 เดือน

ดังนั้นถ้า 1 ปี ทำงาน 3,000 ชั่วโมง ระยะเวลาคืนทุน จะเท่ากับ 11.5 เดือน

จุดคุ้มทุน คำนวณได้จากสมการที่ (2)

ค่าใช้จ่ายคงที่ = 88,125 บาท/ปี

อัตราดูแลบ่อการเลี้ยงกุ้งขาวและฟาร์มปลากะพงขาว ต่อชั่วโมงโดยใช้แรงงานคน ค่าแรง 40 บาท/ชั่วโมง คูณกับอัตราความสามารถในการใช้ไฟฟ้า 10.06 บาทต่อชั่วโมง เท่ากับ 402.4 บาทต่อชั่วโมง

ค่าใช้จ่ายในการทำงานของเทคโนโลยี 29.35 บาทต่อชั่วโมง เปรียบเทียบอัตราอัตราความสามารถในการใช้ไฟฟ้า 10.06 บาทต่อชั่วโมง จะคิดค่าใช้จ่ายในการทำงานเท่ากับ (29.35)(10.06) = 293.5 บาทต่อชั่วโมง

จุดคุ้มทุน = 88,125/(402.4 - 293.5) = 809.22 ชั่วโมง/ปี หรือ (809.22)/10 = 80.9 วัน/ปี

ดังนั้น ค่าใช้จ่ายด้านพลังงานไฟฟ้าก่อนนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ประมาณ 96,000 บาท/ปี

ค่าใช้จ่ายจุดคุ้มทุนคงที่ของเทคโนโลยีดิจิทัล 88,125 บาท/ปี

เมื่อนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาประยุกต์ใช้สามารถลดต้นทุนได้ประมาณ 96,000 - 88,125 = 7,875 บาท/ปี

ซึ่งการวิเคราะห์ความคุ้มค่าในการลงทุนเทคโนโลยีดิจิทัล Smart Farm ระบบควบคุมคุณภาพน้ำอัจฉริยะ เป็นเพียงตัวอย่างเพื่อประเมินค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ย และระยะเวลาคืนทุนและจุดคุ้มทุน โดยเน้นความคุ้มค่าและก่อให้เกิดประโยชน์สูงที่สุดในการลงทุน ที่สามารถใช้ประกอบเป็นข้อมูลในการตัดสินใจลงทุนได้

นรเศรษฐ พัฒน์ใหญ่

สาขาภาคตะวันออก

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล

เอกสารอ้างอิง

  • จตุรงค์ ลังกาพินธุ์. 2563. ภาควิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ธัญบุรี. ที่มา : /local/east/2654881?gallery_id=2165.jpg
  • พสุ เดชะรินทร์. 2555. พฤศจิกายน มุมมองใหม่. กรุงเทพธุรกิจ.
  • เครื่องเติมอากาศ. สืบค้นเมื่อ 27 กรกฎาคม 2566. แหล่งที่มา: https://www.arkarnsin.com/item/CC00301
  • เครื่องเติมอากาศ. สืบค้นเมื่อ 27 กรกฎาคม 2566. แหล่งที่มา: https://hydroneo.net/th/
  • ระบบควบคุมน้ำอัจฉริยะ. สืบค้นเมื่อ 5 สิงหาคม 2566. แหล่งที่มา : https://www.thairath.co.th/news