บริการ
TH
EN
TH
CN

ทายาทรุ่นสอง สานต่อธุรกิจครอบครัวด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลยังไงไม่ให้ล้ม

ยุครุ่งเรืองของธุรกิจครอบครัวส่วนใหญ่คือยุคของผู้ก่อตั้งรุ่นแรก โดยส่วนใหญ่เมื่อรุ่นแรกเริ่มอายุมากขึ้นมักจะวางมือและเตรียมธุรกิจของตนเพื่อส่งทอดให้รุ่นต่อไปโดยการวางระบบทุกอย่างให้ลงตัว ผู้นำรุ่นที่สองจึงเป็นผู้ที่ต้องรับศึกหนักเนื่องจากเป็นการเข้ามารับช่วงต่อในยุคที่องค์กรรุ่งเรืองมาจากรุ่นแรกอยู่แล้ว ทำให้ผู้นำรุ่นที่สองต้องวางแผนการดำเนินธุรกิจของครอบครัวให้อยู่รอดในยุคดิจิทัล ยุคที่มีการแข่งขันกันสูง ยุคที่เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามามีบทบาทต่อการดำเนินชีวิตของคนทั่วไป รุ่นที่สองจึงต้องมีการวางแผนพัฒนาธุรกิจของครอบครัวให้สามารถอยู่รอดต่อไปได้ด้วยการส่งเสริมการสื่อสารในองค์กร สร้างการทำงานเป็นทีม พร้อมทั้งการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในองค์กร (Digital Transformation) ปัญหาที่เกิดขึ้นคือด้วยความที่รุ่นที่สองต้องสืบทอดกิจการต่อจากครอบครัว เพื่อนร่วมงานหรือลูกน้องที่เคยทำงานร่วมกับรุ่นบรรพบุรุษของตนเองก็อาจจะยังยิดติดกับการทำงานในรูปแบบเดิม ๆ ซึ่งทำให้การแก้ไขปัญหาของเก่ามักยากกว่าการสร้างของใหม่ ผู้ประกอบการรุ่นใหม่หลายคนจึงถอดใจ และหันไปสร้างธุรกิจของตัวเอง หรือรับช่วงต่อมาแล้วไม่สามารถจัดการปัญหาได้ เราสามารถป้องกันปัญหานี้ได้ด้วยเทคนิคการรับช่วงต่อกิจการให้เหมาะสมได้ โดยอาจเริ่มจากกระบวนการดังต่อไปนี้

1. ทำความรู้จักกับธุรกิจของตนเอง

ก่อนการรับช่วงต่อกิจการจากครอบครัว สิ่งที่ควรทำคือ ทำความรู้จักธุรกิจของคุณให้ถ่องแท้ และวางแผนพัฒนาหรือปรับปรุงในจุดที่บกพร่องของทุกกระบวนการของธุรกิจ ลงมือทำทุกหน้าที่ เพื่อเข้าใจในกระบวนการทำงานและรับรู้ปัญหา แถมยังช่วยในการเข้าถึงทีมงาน เมื่อถึงเวลาที่ต้องเข้ามาบริหารงานต่อ หากเกิดปัญหาจะสามารถวางแผนแก้ไขได้ถูกที่

รูปที่ 1 เรียนรู้ธุรกิจของตนเอง รูปที่ 1 เรียนรู้ธุรกิจของตนเอง ที่มา :: https://www.live-platforms.com/education/article/8384

2. วางแผนที่จะนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาใช้ในธุรกิจ

โลกกำลังเปลี่ยนแปลงและธุรกิจจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย การวางแผนดำเนินธุรกิจแบบดั้งเดิมกำลังถูกท้าทายด้วยภูมิทัศน์ดิจิทัลแบบใหม่ เทคโนโลยีดิจิทัลรุ่นแรก เช่น อินเทอร์เน็ตและโทรศัพท์มือถือ ได้เปลี่ยนวิธีการดำเนินธุรกิจของเรา แต่เทคโนโลยีดิจิทัลกำลังปฏิวัติวิธีการทำงานและการใช้ชีวิตของเราเช่นเดียวกัน การดำเนินธุรกิจรุ่นแรกขึ้นอยู่กับกระบวนการผลิตเป็นหลัก ส่วนของทายาทที่มารับช่วงต่อนั้นขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีดิจิทัลและการเปลี่ยนแปลงให้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอ การเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลไม่ได้เป็นเพียงการทำให้การดำเนินธุรกิจและกระบวนการต่าง ๆ ของบริษัทเป็นแบบดิจิทัล แต่ยังเกี่ยวกับการเปลี่ยนบริษัทให้เป็นองค์กรอุตสาหกรรมดิจิทัลด้วยการเปลี่ยนจากการดำเนินธุรกิจแบบเดิมเป็นอุตสาหกรรมดิจิทัลอย่างเต็มตัวนั้น เป็นกระบวนการที่ต้องดำเนินการแบบค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งเริ่มต้นด้วยการแปลงกระบวนการจากหนึ่งหรือสองกระบวนการให้เป็นดิจิทัล และจบลงด้วยการเปลี่ยนแปลงวิธีการดำเนินงานของทั้งองค์กรโดยสิ้นเชิง ซึ่งการปรับเปลี่ยนจากการดำเนินธุรกิจแบบเดิม ๆ (manual) สู่ธุรกิจอุตสาหกรรมดิจิทัลนั้น ถือว่าเป็นความท้าทายอย่างมากที่จะเปลี่ยนถ่ายข้อมูลทั้งองค์กรเข้าระบบ บริษัทต่าง ๆ จึงจำเป็นต้องเตรียมพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงนี้ เพื่อให้ได้การเปลี่ยนแปลงที่มีประสิทธิภาพและสร้างผลดีให้กับองค์กร พร้อมทั้งเทคโนโลยีดิจิทัลที่นำมาใช้ต้องเข้ามาช่วยลดปัญหาเดิมที่เคยเกิดขึ้นกับองค์กรได้ด้วย

3. การพัฒนากำลังคนเดิมสู่กำลังคนดิจิทัล

การดำเนินธุรกิจของรุ่นที่สองถือว่าได้รับความกดดันอย่างมากในการเตรียมพนักงานให้พร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล เนื่องจากผู้บริหารต้องแน่ใจว่าจะไม่ทิ้งพนักงานเดิมไว้เบื้องหลังเมื่อนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้ เมื่อพิจารณาแล้วว่าเทคโนโลยีนั้น สามารถนำมาปรับใช้ในบริษัทเพื่อลดปัญหาในการทำงาน และสามารถเพิ่มประสิทธิภาพให้กับธุรกิจได้ดียิ่งขึ้นแล้ว ขั้นตอนแรกในการเตรียมพนักงานคือการจัดหาชุดทักษะและการฝึกอบรมที่เหมาะสม หมายความว่าผู้บริหารควรมีแนวคิดที่ชัดเจนเกี่ยวกับชุดทักษะที่จำเป็นสำหรับธุรกิจในอนาคต ขั้นตอนที่สองคือการเปิดโอกาสให้พนักงานได้เรียนรู้อย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าพนักงานทั้งหมดของตนได้รับข้อมูลเกี่ยวกับเทคโนโลยีและแนวโน้มใหม่ ๆ รวมทั้งมีโอกาสเรียนรู้และฝึกอบรม เพื่อไม่ให้พวกเขารู้สึกถูกละเลย เช่น ธุรกิจขายอะไหล่รถยนต์ที่ดำเนินการมายาวนานกว่า 60 ปี การที่จะดำเนินให้พนักงานเปลี่ยนมาใช้เครื่องอ่านบาร์โค้ดเพื่อเก็บข้อมูลสินค้าลงระบบ POS แทนการจดใส่สมุดตารางบัญชี ถือว่าเป็นเรื่องยาก เพราะความคุ้นเคยเดิมที่ดำเนินมานานนับสิบปี ดังนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องอธิบายกระบวนการทำงานของระบบ พร้อมทั้งบอกข้อดีที่จะเกิดขึ้นกับธุรกิจและตัวพนักงาน เพื่อให้เกิดความเข้าใจและความร่วมมือในลำดับถัดไป

รูปที่ 2 เครื่องอ่านบาร์โค้ดมือถือ รูปที่ 2 เครื่องอ่านบาร์โค้ดมือถือ ที่มา : https://www.keyence.co.th/landing/lpc/bt-handheld-computer-th.jsp

ธุรกิจครอบครัวส่วนใหญ่ไม่ต้องการซอฟต์แวร์สำหรับองค์กร หรือเว็บไซต์ที่ซับซ้อน แต่เมื่อธุรกิจเติบโตขึ้น การเพิ่มผลิตภัณฑ์หรือบริการ ตลอดจนลูกค้าและพนักงานที่เพิ่มขึ้น การลงทุนในเทคโนโลยีเพื่อรองรับการเติบโตจึงเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับธุรกิจครอบครัวที่ต้องประสานงานกับสมาชิกครอบครัวจำนวนมาก จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีเครื่องมืออัตโนมัติด้านดิจิทัล เพื่อสามารถตรวจสอบ บันทึก รายงานตัวชี้วัด ตั้งแต่ด้านการบริหารด้านการเงินไปจนถึงการจัดผังองค์กร และการบริการลูกค้า พร้อมทั้งการจัดการด้านผลตอบแทนของบุคคลในครอบครัว ด้วยเครื่องมือเหล่านี้สามารถช่วยธุรกิจครอบครัวให้สามารถประหยัดเวลาในการรวบรวมข้อมูลได้อย่างมาก เพิ่มความสามารถในการวิเคราะห์ และนำไปใช้เพื่อประกอบการตัดสินใจที่ดี ธุรกิจที่ดำเนินกิจการโดยครอบครัวต้องตระหนักดีและจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อความคงอยู่ต่อไปของธุรกิจครอบครัวได้อย่างยั่งยืน

4. ทดสอบ เรียนรู้ และลงมือทำ

การพัฒนาและการนำแนวคิดและนวัตกรรมดิจิทัล มาใช้เป็นวิธีการที่สำคัญสำหรับธุรกิจทุกประเภท เพื่อช่วยให้ธุรกิจสามารถเติบโตและแข่งขันได้ดีขึ้น แต่กระบวนการเติบโตอาจต้องใช้เวลา หรือเกิดความล้มเหลวบ้าง หากผู้บริหารไม่เข้าใจ ขาดความอดทนและล้มเลิกกลางทาง อาจส่งผลให้ธุรกิจขาดความคิดสร้างสรรค์ในการต่อยอด ไม่สามารถยกระดับความสามารถในการแข่งขันในอนาคต

แนวทาง "ทดสอบ เรียนรู้ ลงมือเปลี่ยน" เป็นแนวทางปฏิบัติที่เน้นการทดสอบแนวคิดและวิธีแก้ปัญหาใหม่ ๆ ด้วยการเปิดตัวและทดสอบแนวคิดใหม่ได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ธุรกิจสามารถหมุนได้อย่างรวดเร็ว หากสิ่งต่าง ๆ ไม่ได้ผล การเปิดตัวนวัตกรรมอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นโอกาสที่น่าสนใจ เมื่อผลิตภัณฑ์หรือบริการใหม่สร้างความน่าสนใจให้กับธุรกิจเพิ่มมากขึ้น การส่งเสริมวัฒนธรรมของบริษัทที่บ่มเพาะความกล้าหาญและกล้าได้กล้าเสียที่จะเปลี่ยนแปลง ในท้ายที่สุดก่อให้เกิดนวัตกรรมที่ปรับเปลี่ยนวิสัยทัศน์ขององค์กรและเกิดการเปลี่ยนแปลงที่สามารถเปลี่ยนโฉมธุรกิจในยุคดิจิทัลได้ไปพร้อมกัน

5. ปรับเปลี่ยนประสบการณ์ของธุรกิจในแบบขององค์กร

ผู้บริหารอาจพิจารณานำเทคโนโลยีมาปรับใช้ในการสร้างประสบการณ์ของลูกค้า เช่น ทำให้ลูกค้ารู้สึกเป็นส่วนตัวมากขึ้น ทำให้มั่นใจได้ว่าบริษัทจะโดดเด่นกว่าบริษัทอื่น ๆ ในตลาดที่มีความเป็นสากล การปรับการใช้งานให้เหมาะกับแต่ละบุคคลในแต่ละระดับผ่านการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาใช้ ทำให้มั่นใจได้ว่าผู้บริโภคจะได้รับข้อเสนอของผลิตภัณฑ์และบริการที่เกี่ยวข้องกับพวกเขามากที่สุด ในเวลาและสถานที่ที่เหมาะสมในวงจรชีวิตของลูกค้า

เช่นเดียวกันกับการนำระบบ AI เข้ามาช่วยในเรื่องของข้อมูลที่ทับซ้อนกันของข้อมูลลูกค้า AI จะช่วยให้บริษัทสามารถจำแนกข้อมูลของลูกค้าได้แม่นยำ โดยอิงจากพฤติกรรมความชอบของลูกค้าแต่ละราย เพื่อปรับปรุงประสบการณ์และผลักดันการเติบโตของธุรกิจ การวิเคราะห์แบบนี้จะสามารถระบุจุดแข็งและจุดอ่อนของลูกค้า เพื่อช่วยให้ธุรกิจสามารถปรับปรุงได้ตามความต้องการของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น หรือการนำการจดจำใบหน้าเข้ามาเพิ่มประสบการณ์ให้ลูกค้า เพิ่มฟังก์ชันในขณะที่มีระบบความปลอดภัยอยู่แล้ว เช่น การจดจำใบหน้าของลูกค้า และสามารถบันทึกข้อมูลของลูกค้าตามความชอบ อย่างในธุรกิจร้านกาแฟที่มีแคมเปญแค่เห็นหน้าก็รู้แก้วโปรด มีแนวโน้มที่จะสร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดีให้กับลูกค้ามากยิ่งขึ้น การจดจำใบหน้ากำลังกลายเป็นที่รู้จักเรื่อย ๆ ไม่เพียงแต่ในอุตสาหกรรมการเฝ้าระวังเท่านั้น แต่ยังรวมถึงตลาดไบโอเมตริกซ์และความพยายามในการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลทั่วโลกด้วย และมีแนวโน้มที่จะเติบโตเร็วกว่าที่คาดไว้ก่อนหน้านี้ เนื่องจากการลงทุนในเทคโนโลยีการจดจำใบหน้ากำลังเพิ่มขึ้นและกำลังเติบโต โฟกัสส่วนมากมักจะอยู่ที่ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI)

หรืออีกตัวอย่างเช่น ธุรกิจโรงแรมสามารถเสนอทางเลือกให้ลูกค้า โดยส่งรูปถ่ายของตนเองในระหว่างขั้นตอนการจอง เมื่อกล้องที่โรงแรมระบุใบหน้าของพวกเขาเมื่อมาถึง พนักงานโรงแรมสามารถไปทักทายพวกเขาโดยใช้ชื่อและใช้ข้อมูลการจองเพื่อให้แน่ใจว่าพวกเขาได้รับบริการที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถใช้เพื่อระบุลูกค้าที่เคยเข้าพักที่โรงแรมมาก่อน ทำให้เกิดการกลับมาใช้บริการซ้ำ หรือเพื่อระบุลูกค้าที่ไม่มีการจองกับโรงแรมเพื่อความปลอดภัยของพื้นที่ให้บริการได้อีกด้วย

รูปที่ 3 ระบบ Facial recognition in hotel รูปที่ 3 ระบบ Facial recognition in hotel ที่มา : https://www.wundermanthompson.com/insight/facial-recognition-tech

การใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลของธุรกิจในยุคปัจจุบัน มีความเปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัด ธุรกิจครอบครัวพร้อมที่จะยอมรับการเปลี่ยนแปลงของโลกดิจิทัล เพื่อยกระดับธุรกิจของพวกเขา เพื่อให้อยู่รอดได้ธุรกิจต้องเติบโตและปรับตัวให้เข้ากับยุคปัจจุบันอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากการดำเนินการแบบดั้งเดิมกำลังถูกขัดขวางอันเนื่องมาจากนวัตกรรมทางเทคโนโลยี ยุคดิจิทัลเปิดโอกาสให้อุตสาหกรรมต่าง ๆ เพิ่มระดับประสิทธิภาพในการดำเนินงานและให้ลูกค้าเป็นศูนย์กลางในการสร้างโมเดลธุรกิจของตนมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพูดถึงประสบการณ์ของลูกค้า ซึ่งเป็นปัจจัย หนี่งของการตัดสินใจซื้อสินค้าหรือบริการนั้น ๆ ของลูกค้า นอกจากการเติบโตแล้ว การเพิ่มทักษะด้านดิจิทัลให้กับพนักงานและการนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้ถือเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกสำหรับทายาทรุ่นที่ 2 เพราะพนักงานของบริษัทมีความสำคัญต่อการพัฒนามากกว่าเทคโนโลยี ดังนั้น ผู้บริหารจึงไม่สามารถปรับปรุงสิ่งหนึ่งและทิ้งอีกสิ่งหนึ่งได้ สองอย่างนี้ต้องพัฒนาไปพร้อมกัน จึงจะช่วยให้ธุรกิจครอบครัวเพิ่มขีดความสามารถขององค์กรเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น ในขณะเดียวกันก็ยังสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันให้กับธุรกิจได้อีกด้วย

ต้องขอบคุณเทคโนโลยี และความก้าวหน้าทางนวัตกรรมที่หลากหลายช่วยให้ธุรกิจที่ดำเนินกิจการโดยครอบครัวรุ่นที่สอง สามารถรักษา ขยายขนาดธุรกิจ และแข่งขันกับคู่แข่งรายใหญ่ได้ ความก้าวหน้าที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีได้ก่อให้เกิดประโยชน์มากมายแก่ธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง ธุรกิจครอบครัวต้องเปิดรับวัฒนธรรมการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีใหม่ ๆ ซึ่งกำลังเปลี่ยนแปลงธุรกิจและเปลี่ยนแปลงโลก คนรุ่นใหม่กลายเป็นองค์ประกอบสำคัญที่สามารถช่วยให้ธุรกิจครอบครัวปรับตัวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น และนี่เป็นสาเหตุหลัก ที่ทำให้การสืบทอดตำแหน่งที่ได้รับ สามารถดำเนินการไปได้ด้วยดี เพื่อความอยู่รอดของธุรกิจครอบครัว จำเป็นต้องมีแผนการที่มีโครงสร้างเป็นอย่างดี เกี่ยวกับวิธีการถ่ายทอดการจัดการธุรกิจครอบครัวไปสู่รุ่นต่อ ๆ ไป ไม่มีใครสามารถพูดได้ชัดเจนว่าการพัฒนาที่จะเกิดขึ้นในอีก 20 ปีข้างหน้าจะเป็นอย่างไร แต่การปรับใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีให้มากที่สุดอาจสามารถช่วยให้ธุรกิจครอบครัวตอบสนองและเอาชนะความท้าทายในอนาคตได้

ปาริชาติ วิจิตรพงษา

สาขาภาคเหนือตอนล่าง

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล

อ้างอิง